RSS

Our Project

วัตถุประสงค์

เพื่อช่วยในการอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกร เนื่องจากในปัจจุบันสภาพแวดล้อมได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทำให้สภาพอากาศ ความชื้นหรือปัจจัยอื่นๆที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
มีการเปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดปัญหาในการเพาะปลูก วิธีการดูแลพืชที่ปลูกในแบบเดิมๆ อาจไม่ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีเหมือนในอดีต
สมาชิกในกลุ่มจึงได้ช่วยกันคิดหาแนวทางในการดูแลพืชที่ปลูกได้อย่างถูกต้อง และแม่นยำ ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนไปอย่างไร พืชนั้นยังจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมกับธรรมชาติของพืชนั้นๆอยู่

แนะนำโครงงาน

โครงงานชิ้นนี้เป็นโครงงาน “เรือนเพาะชำอัตโนมัติ” ซึ่งโครงงานนี้มีรูปแบบการใช้งานอยู่ 2 ส่วน คือ

  1. ส่วน วัดปริมาณความเข้มของแสง (ใช้เซนเซอร์แสงในการวัด) ซึ่งถ้าแสงมีปริมาณความเข้มไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตของพืช(เป็นค่าที่ได้จากแหล่งอ้างอิงของพืชชนิด นั้นๆ)
    ระบบจะทำการเปิดไฟให้ได้ระดับที่เหมาะสมต่อความต้องการของพืชชนิดนั้นๆโดยอัตโนมัติ
  2. ส่วนวัดความชื้นของดิน แบ่งเป็น 2 ส่วน
    ส่วนแรก จะเป็นการใช้คุณสมบัติเรื่องความต่างศักย์ของลวดทั้งสองในการวัดความชุ่ม ชื้นของดิน(ถ้าดินมีความชื้นสูงขึ้น ค่าที่วัดได้จะลดลง) ถ้าค่าที่วัดได้เกินกว่าค่าที่กำหนด(แสดงว่าดินมีความชื้นไม่เพียงพอ)
    ระบบจะทำการสั่งการให้มอเตอร์ทำงาน โดยจ่ายไฟให้มอเตอร์หมุน
    ส่วนที่สอง มอเตอร์จะทำการหมุนตามจำนวนรอบที่ตั้งเอาไว้ในโปรแกรม เพื่อทำการเปิดวาล์วน้ำ พอถึงระยะเวลาหนึ่งระบบจะทำการสั่งให้มอเตอร์หมุนกลับทิศ เพื่อปิดน้ำ
    ระบบนี้จะวนไปเรื่อยๆ จนกว่าความชุ่มชื้นในดินจะมีมากพอ(ค่าที่วัดได้ต่ำกว่าค่าที่กำหนด) ระบบจึงจะหยุดทำงาน ระบบแบบนี้จะมีข้อดีในเรื่องของการประหยัดน้ำ
    เพราะบางครั้งการปล่อยน้ำตลอดเวลาอาจจะทำให้ดินนั้นชุ่มน้ำเกินไป และกว่าลวดทั้งสองจะวัดค่าได้ดินอาจจะชุ่มเกินความต้องการของพืช จนอาจทำให้เปฺ็นอันตรายต่อพืช
    ส่วนข้อเสียก็คือจะเป็นการเปลืองพลังงานในการเปิด-ปิด มอเตอร์หลายๆรอบ

วัสดุอุปกรณ์

  1. GOGO board พร้อมทั้งโปรแกรม GOGO Monitor
  2. เซนเซอร์วัดแสง
  3. เส้นลวด (นำมาทำเป็นตัววัดความชื้น)
  4. สายไฟ
  5. หลอดไฟ
  6. มอเตอร์
  7. ก๊อกน้ำ
  8. ตะกร้า
  9. ลวดแข็ง
  10. ถุงพลาสติก
  11. ฟองน้ำ
  12. เชือก
  13. ไม้แท่งเล็ก สำหรับต่อก้านมอเตอร์ให้ยาวขึ้น

สิ่งที่ต้องเรียนรู้ก่อนการทำโครงงานชิ้นนี้

  1. ต้องรู้ระบบการทำงาน รวมถึงรูปแบบคำสั่ง และขอบเขตการทำงานของ GOGO Board ว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอต่อสิ่งที่่ต้องการจะทำหรือไม่
  2. คุณสมบัติ ของเซนเซอร์แบบต่างๆ รวมไปถึงราคาและปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อโครงงาน เช่น ความเหมาะสมของเซนเซอร์ชนิดนั้นๆ ว่าเหมาะกับงานหรือไม่ เช่น เซนเซอร์วัดความชื้นมีหลายแบบ
    แต่ที่เลือกใช้จะเป็นชนิดที่มีความเหมาะสมกับการวัดความชื้นในดิน(ขอคำแนะนำจากอาจารย์) สามารถหาได้ง่ายและมีราคาถูกอีกด้วย
  3. การวางแผน รวมไปถึงการออกแบบรูปแบบของชิ้นงาน เพื่อที่จะได้มีการจัดซื้ออุปกรณ์ในขนาดและรูปแบบที่เหมาะสม
  4. การแบ่งงานกันทำ เพื่อที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานให้มากที่สุด ภายในเวลาที่มีอย่างจำกัด

อุปสรรคที่พบ

  1. มี ปัญหาในการทำเซนเซอร์บางประเภท จึงต้องมีการตัดออกไปบ้างเนื่องจากต้องมีการออกแบบและคำนวณที่ยากขึ้นทำให้ ไม่มีเวลาเพียงพอในการจัดทำ
  2. การทำงานของมอเตอร์ที่ใช้ในการเปิดวาล์วน้ำ คำนวณรอบได้ลำบากทำให้มีการคลาดเคลื่อนถ้าหากปล่อยให้เครื่องทำงานไปเรื่อยๆ
  3. ระบบวัดค่าความชื้นยังไม่แน่นอน เป็นเพียงการประมาณ ยังไม่เหมาะต่อการใช้จริง
  4. กระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้กับหลอดไฟในส่วนของตัวควบคุมแสง มีไม่เพียงพอ

แนวทางแก้ไข

  1. ตัด เซนเซอร์ประเภทนั้นออกไป(วัดความชื้นในอากาศ) เนื่องจากต้องใช้เซนเซอร์วัดอุณหภูมิสองตัวมาทำเป็นไฮกรอมิเตอร์แบบกระเปาะ แห้งและเปียก จากการทดลองค่าที่ได้ไม่มีความเสถียรจึงไม่สามารถนำมาใช้งานจริงได้
  2. ต้องปรับเปลี่ยนในเรื่องของความยาวของเชือกที่ใช้ในการดึงวาล์วน้ำให้มีความยาวที่เหมาะสมกับจำนวนรอบของมอเตอร์ที่ตั้งเอาไว้
  3. ใช้การประมาณค่าแทนข้อมูลจริง
  4. ลด ปริมาณหลอดไฟลงจากเดิมที่ออกแบบไว้ ใช้หลอดไฟจำนวน 5 หลอด จึงปรับลดลงมาเหลือเพียง 3 หลอด และใช้รีเลย์เพื่อควบคุมการทำงานโดยใช้กระแสไฟจาก GOGO Board อีกตัวหนึ่ง
    ทำให้ได้กระแสที่เพียงพอต่อหลอดไฟทั้ง 3 หลอดนั้น

แนวทางการพัฒนาต่อ

สำหรับโครงงาน “เรือนเพาะชำอัตโนมัติ” นี้ ยังคงเป็นแบบจำลองทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และตัวเรือนเพาะชำเอง ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเวลาและงบประมาณ
ทำให้ไม่สามารถดึงความสามารถของ GOGO Board มาใช้ได้อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังสามารถใช้เป็นแนวทาง หรือเป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อได้อีกหลายทาง เช่น

  • การควบคุมกลไกการทำงานของระบบจ่ายน้ำ หากเปลี่ยนจากมอเตอร์กับก๊อกน้ำ มาเป็นเครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก จะทำให้กลไลและตัวโปรแกรมมีความซับซ้อนน้อยลงมาก
    เมื่อใช้ปั๊มน้ำ เราสามารถควบคุมการปิด-เปิดน้ำ ได้อย่างง่ายดาย โดยต่อ output เข้ากับสวิตช์หนึ่งตัว เพื่อควบคุมการจ่ายไฟให้กับปั๊มน้ำ
    เมื่อตัวโปรแกรมคำนวณได้ว่า ถึงเวลาที่ควรเปิดน้ำ โปรแกรมก็จะส่ง output ออกไป enable ให้สวิตช์ทำงานเพื่อปิดวงจร กระแสไฟฟ้าก็จะไหลเข้าสู่ปั๊มน้ำ
    ปั๊มน้ำก็จะทำงานได้ทันที โดยสูบน้ำขึ้นมาจากแหล่งน้ำ ผ่านสายยางและรดต้นไม้ได้ ทำให้ไม่ต้องใช้ก๊อกน้ำและมอเตอร์ในการควบคุม
  • การ วัดความชื้นในอากาศ เพื่อความแม่นยำในการปิด-เปิดระบบจ่ายน้ำ ในโครงงานนี้ มีตัววัดความชื้นในดินอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่เพียงพอ
    ที่จะสรุปว่า ควรรดน้ำหรือไม่ เพราะถ้าหากฝนใกล้จะตก ความชื้นในอากาศจะสูง แต่ในดินจะยังคงเดิม หากก่อนหน้าฝนตกนั้น ความชื้นในดินน้อย โปรแกรมก็จะรดน้ำโดยอัตโนมัติ
    และเมื่อฝนตกลงมา พืชก็จะได้รับน้ำมากกว่าปกติ ดังนั้น จึงควรมีการวัดความชื้นในอากาศร่วมด้วย เพื่อวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ เช่น หากความชื้นในดินน้อย แต่ความชื้นในอากาศมาก
    ก็เป็นไปได้ว่าฝนจะตก ก็ไม่ต้องรดน้ำ เป็นต้น แต่หากเป็นโรงเพาะชำที่มีหลังคาปิด และอาศัยน้ำจากการรดน้ำเท่านั้น ปัญหานี้ก็จะไม่เกิดขึ้น
  • การ ใส่ข้อมูล input สำหรับตัวโปรแกรมบน GOGO Board นั้น ไม่ได้เป็นค่าความเข้มแสง หรือค่าความชื้นโดยตรง ซึ่งมีหน่วยวัดต่างกัน หากแต่เป็นค่า input สำหรับแต่ละเซ็นเซอร์ที่ต่อเข้ากับ GOGO Board โดยเฉพาะ ซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0-1023 ที่ไม่มีหน่วย ดังนั้น หากจะนำไปใช้จริง ควรมีโปรแกรมสำหรับแปลงค่าข้อมูลความเข้มแสง หรือความชื้นจริง ให้เป็นค่าตัวเลขสำหรับ GOGO Board โดยอาจจะเขียนโปรแกรมเพิ่มเติม หรือเพิ่มอัลกอริทึมในการคำนวณลงไปในตัวโปรแกรม และหากต้องการความสะดวกสบาย ควรทำให้โปรแกรมมี user interface สำหรับใส่ข้อมูลความชื้นและความเข้มแสงของพืช จะทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงค่าต่างๆในโปรแกรมได้ โดยไม่ต้องเข้าไปแก้ไขซอร์สโค้ดโดยตรง

สมาชิกในกลุ่ม

  • นายธีรัช พรหมรักษ์ 490610334
  • นายนนทวัฒน์ คลังเพชร 490610335
  • นายภูวนัย เพ็ชรแสนงาม 490610364